เปิดโครงการครั้งที่ 5 วันที่ 1 ตุลาคม 2556 - 30 กันยายน 2557


โครงการสันติภาพชีวิต




ส่งผ่านความห่วงใยจากใจแนวหลัง
ส่งมอบเสื้อเกราะกันกระสุน ครั้งที่ 3



- นำเสนอ " ตำรวจยอดเยี่ยม " ของแท้ จากยะลา..

- บทสัมภาษณ์สุดท้าย พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา... อยากให้ผู้บังคับบัญชารับรู้ว่าพวกเราทำงานกันอย่างไร


สม เป็นยอดนักรบผู้ทรนง
เพียร บุกป่าฝ่าดงดับไฟใต้
เอก อุโฆษณ์นามเลื่องระบือไกล
สมญา ให้"วีรบุรุษของแผ่นดิน"

โดยคุณ Lord BoBo Of Sarkhanland

ที่มา: www.oknation.net
นำเสนอ " ตำรวจยอดเยี่ยม " ของแท้ จากยะลา..



""" แววตาที่ยังมุ่งมั่นในวัย 57 ปี """

... จากปฏิบัติการณ์บุกโจมตีแบบสายฟ้าแลบ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ฯ บริเวณทางเข้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นการใช้ "แก๊สน้ำตา" ต่อผู้ชุมนุม จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ..
... สร้าง"ตราบาป" ให้กับวงการตำรวจ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายฝ่ายได้ออกมา "ประนาม" การกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุในครั้งนี้ แม้ทางเจ้าหน้าที่จะออกมาอ้างเหตุผลต่างๆนานา เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง แต่ ก็ไม่สามารถลบภาพการกระทำอันเลวร้าย ในเหตุการณ์ " 7 ตุลาทมิฬ" ได้ ที่ทำให้ " ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" กลายมาเป็น " ผู้พิฆาตประชาชน " ...
... สงสารและเห็นใจตำรวจน้ำดีอีกจำนวนมาก ที่ตั้งใจทำงานอุทิศกายและใจ เพื่อความสงบสุขของประชาชนและประเทศชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ชื่อเสียงพลอยมัวหมองจากการกระทำของคนสีเดียวกัน..

""" พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.กระดูกเหล็ก แห่ง สภ.บันนังสตา ยะลา หรือ " จ่าเพียรมือปราบ " ..ในอดีต ..

... สิ่งที่จะได้นำมาเสนอในครั้งนี้ ไม่ใช่จะมาช่วยกู้ภาพลักษณ์ให้กับวงการตำรวจ "แต่อยาก" นำแบบอย่างของ "ตำรวจดี " นายหนึ่งที่ตลอดทั้งชีวิต ในเครื่องแบบสีกากี ตั้งแต่ เป็น " พลตำรวจ " จนถึงปัจจุบัน " พันตำรวจเอก " กว่า30 ปี ที่เขาทำงานคลุกคลีอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านการปะทะกับกลุ่มก่อความไม่สงบมานับร้อยครั้ง ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ หลายต่อหลายหนจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ปัจจุบัน นายตำรวจผู้นี้ดำรงตำแหน่ง " ผู้กำกับการตำรวจภูธร สภ.บันนังสตา จ.ยะลา " ...
... ใช่แล้ว เขาคือ " พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา " ผู้กำกับฯ " กระดูกเหล็ก " แห่งวงการตำรวจชายแดนใต้ ที่ชื่อเป็นที่ครั่นคร้ามของกลุ่มแนวร่วมฯ ในนามของ " จ่าเพียรมือปราบ " ฉายาที่ติดตัวมาตั้งแต่เป็นตำรวจชั้นประทวน ..
... ตั้งแต่ปี 2513 หลังจบการศึกษา โรงเรียนตำรวจภูธร 9 จังหวัดยะลา พลฯสมเพียร เอกสมญา ถูกส่งเข้าเป็นตำรวจประจำ สภอ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งในขณะนั้น พื้นที่ดังกล่าว เป็นเขตเคลื่อนไหวของขบวนการโจรก่อการร้าย แบ่งแยกดินแดน อย่างหนักทำให้ภาครัฐต้องระดมสรรพกำลัง ทั้งทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง เข้าไปแย่งชิงมวลชน และดูแลความสงบเรียบร้อย หลายครั้งที่เกิดการปะทะ ทำให้มีการสูญเสียอย่างหนักทั้งสองฝ่าย และ ปฐมบทแห่งการเป็น จ่าเพียรมือปราบ ก็เกิดขึ้นที่นั่น ...

"""" ผู้ฝากผลงาน ด้านการสืบสวน ปราบปราม สู้กับ โจรก่อการร้าย ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มากว่า 30 ปี """

... จากชีวิตตำรวจที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด เขาได้สร้างผลงานด้านการปราบปราม ต่อสู้กับโจรก่อการร้ายอย่างห้าวหาญ สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ของผู้บังคับบัญชา ทำให้กรมตำรวจ (ในขณะนั้น) ได้อนุมัติให้เข้ารับการ อบรมหลักสูตร " นายตำรวจสัญญาบัตร " โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก และได้รับการเลื่อนลำดับขั้น จากผงพวงการทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด ...

""" เมื่อครั้งนำกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าช่วยเหลือ นักบินและช่างเครื่อง ที่รอดชีวิต จากเหตุเฮลิคอปเตอร์ ตำรวจ ตก ที่เขื่อนบางลางเมื่อปลายปี 50 """

... และหากนับผลการปฏิบัติราชการตรวจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ ปี 2513 จนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่เป็น " พลตำรวจ" จนถึงยศ "พันตำรวจเอก " เขาได้เข้าทำการปะทะต่อสู้กับโจรก่อการร้าย โจรจีนคอมมิวนิสต์ มาแล้วนับ 100 ครั้ง สามารถสังหารฝ่ายตรงข้าม ยึดอาวุธปืน และที่พักเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลในการนำกำลังเข้าปะทะกับโจรก่อการร้ายดังกล่าว ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บทั้งเล็กน้อยและสาหัส จำนวน 8 ครั้ง เช่นในปี 2519 ได้ยิงปะทะกับกลุ่มโจรก่อการร้าย กลุ่มนายลาเตะ เจาะปันตัง ที่จับกุมตัวตำรวจและครอบครัวไปเรียกค่าไถ่ ที่เทือกเขาเจาะปันตัง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ผลการปะทะทำให้ เขา ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขาซ้าย หน้าอกได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกส่งรักษาตัว รพ.ศูนย์ยะลา และจากการปะทะในครั้งนี้ทำให้ขาข้างซ้ายแทบพิการ ..

""" ไม่ทิ้งงานมวลชน ในพื้นที่ """

... และปี 2526 ได้ยิงปะทะกับกลุ่มโจรก่อการร้าย กลุ่มนายคอเดร์ แกแตะ กับพวกประมาณ 30 คน ที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ทำให้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ต้นขาขวากระสุนฝังใน ...
... เป็นต้น ..
... จากความทุ่มเท มุ่งมั่น ทำงานอย่างหนักในพื้นที่ ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ มวลชนให้ความยอมรับให้ความเชื่อมั่นต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ " ฝ่ายตรงข้ามเกรงกลัว " จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง ในปี 2550 เขาได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง " ผู้กำกับการตำรวจภูธร สภ.บันนังสตา จ.ยะลา แห่งเดียวกับที่เริ่มรับราชการครั้งแรก เมื่อยังเป็นตำรวจชั้นประทวน ...

""" เครื่องแบบนายตำรวจ น้อยครั้งที่จะนำมาสวมใส่ เนื่องจากต้องการทำตัวให้ใกล้ชิด และ เข้าถึงชุมชนให้มากที่สุด """

... พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา กลับสู่บันนังสตา ในขณะแผ่นดินกำลังลุกเป็นไฟ กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ สามารถจัดตั้งแนวร่วมฯ และกองกำลังรบขนาดเล็ก ( RKK) เพื่อใช้ซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ ให้ได้รับความสูญเสียเป็นจำนวนมาก โชคดีที่ พ.ต.อ.สมเพียร เคยทำงานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานาน แม้รูปแบบการก่อความไม่สงบของกลุ่มคนร้ายได้ปรับเปลี่ยนไปจาก เมื่อ เกือบ 30 ปี ที่แล้วมาก แต่อาศัยเป็นผู้ชำนาญในพื้นที่มาก่อน และมีแหล่งข่าวเก่าที่เคยทำงานร่วมกันในอดีต จึงไม่เกินความสามารถที่จะที่จะสืบเสาะหาแหล่งกบดาน และติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบ และหลังจากเขาเข้ามารับตำแหน่ง ผกก.สภ.บันนังสตาได้ไม่นาน วันที่ 1 สค.50 ได้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเข้าปิดล้อมตรวจค้น และยิงปะทะกับกลุ่มโจรก่อการร้ายที่บ้านเตี๊ยะ หมู่ 5 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา กลุ่มนายสุริมิง เปาะสา ที่ก่อเหตุร้ายในพื้นที่หลายครั้ง ผลการปะทะ ทำให้กลุ่มคนร้ายเสียชีวิต 6 ราย สามารถยึดอาวุธปืนสงครามและยุทธภัณฑ์ได้เป็นจำนวนมาก ...
... นอกจากนี้ยังได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือน เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายอีกหลายครั้ง สามารถจับกุม สร้างความสูญเสียให้กับกลุ่มคนร้าย และทำลายฐานที่มั่น ได้หลายแห่ง จนขบวนการกลุ่มก่อความไม่สงบ รวมตัวกันไม่ติด หนีหลบซ่อนออกนอกพื้นที่และบริเวณป่าเขา ทำให้เหตุร้ายใน พื้นที่ อ.บันนังสตา เบาบางลงมาก ...
... แม้ พ.ต.อ.สมเพียร จะมีความสามารถในงาน สืบสวน ปราบปราม แต่ งานมวลชน เขาก็ไม่ได้ละทิ้ง ยังคงติดต่อฟื้นสายสัมพันธ์เก่า กับประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ ที่เคยทำงานร่วมกันมาเมื่อครั้งอดีต ด้วยใจถึงใจ ต่อกัน มีกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจและความรู้สึกอันดีกับชุมชน เขาไม่เคยที่จะปฏิเสธในการเข้าไปมีส่วนร่วม แม้จะรู้ว่ามีอันตรายแฝงอยู่ในทุกย่างก้าว ...

""" เป็นกันเองกับผู้ใต้บังคับบัญชา """

... ผลจากการทำงานทุ่มเทมาตลอดชีวิตข้าราชการตำรวจ ทำให้ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ได้รับการยกย่อง และประกาศเกียรติคุณจากหน่วยงานต่างๆเป็นจำนวนมาก และ ที่สร้างความปลาบปลื้ม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดในชีวิต และครอบครัว คือ ได้รับการโปรดเกล้า ฯ เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับพระราชทาน " เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญมาลาเข็มกล้ากลางสมร " ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง และกระทำพิธี " ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา " ณ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2525 ...

"""" ภาระกิจในพื้นที่ บันนังสตา ต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียว """

... และนับเป็น ตำรวจเพียงคนเดียว ในขณะมียศแค่ " จ่าสิบตำรวจ " ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ...
... นอกจากนี้ พ.ต.อ.สมเพียร ยังได้รับพระราชทาน และประกาศเกียรติคุณจากหน่วยงานต่างๆอีกมากมาย เช่น ..
1.ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนชั้นสอง ประเภทหนึ่ง
2.ได้รับประกาศนียบัตร " ผู้มีผลงานสู้รบดีเด่น " จากกระทรวงมหาดไทย
3.ได้รับเข็มรักษาดินแดนสดุดี จากกระทรวงมหาดไทย
4.ได้รับมอบเกียรติบัตรผู้ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติด้วยความเสียสละ จากองค์การทหารผ่านศึก
5.ไดัรับประกาศผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปราม จากกองบัญชาการตำรวจภูธร 9
6.ได้รับการคัดเลือกเป็นศิษย์เก่า โรงเรียนตำรวจภูธร 9 ดีเด่น
7.ได้รับหนังสือสำคัญ จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต ) ยกย่องเชิดชู เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน และรักษาความสงบสุขของบ้านเมือง ด้วยความเข้มแข็งเสียสละ
8 .ฯลฯ ...
""" และล่าสุด หลังจากรับตำแหน่ง ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ตั้งแต่ปี 2550 เป็นตันมา พ.ต.อ.สมเพียร ได้นำกำลังเข้าปิดล้อม ตรวจค้น และได้มีการปะทะยิงต่อสู้กับแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบ (RKK) มาแล้วจำนวน 7 ครั้ง ทำให้คนร้ายเสียชีวิต จำนวน 17 คน สามารถยึดอาวุธสงครามและยุทธภัณฑ์ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้เขาได้รับการยกย่องเป็น " ผู้นำหน่วยยอดเยี่ยม " จากศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า ( ศปก.ตร.สน ) ...

........... นี่คือเรื่องราวเพียงเศษเสี้ยวของชีวิต ตำรวจนายหนึ่ง ที่ทำงานทุ่มเท เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับตำรวจน้ำดีในพื้นที่อีกหลายคน พวกเขาเสมือนผู้ปิดทองหลังพระ ภายใต้เครื่องแบบสีกากี ที่เขาแสนภาคภูมิใจ แม้จะเหน็ดเหนื่อย ตรากตรำ และ เสี่ยงต่ออันตรายแค่ไหน แต่เขาไม่เคยย่อท้อ แม้อายุราชการ ของ พ.ต.อ.สมเพียร จะเหลืออีกไม่กี่ปี แต่เขายืนยัน ปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด สมดั่งปรัชญา " ตำรวจคือ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ " ...
................................................................................................
...............................................................................................
13 ตุลาคม " วันตำรวจ " ของไว้อาลัยแด่ ตำรวจทุกท่านที่เสียชีวิตจากปฏบัติหน้าที่ ในการรักษาความสงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ และขอให้ผู้กล้าทั้งหลายที่ยังคงอยู่ มีขวัญ กำลังใจ ในการทำงาน ขอให้ปลอดภัย แคล้วคลาด ทำงานประสบความสำเร็จทุกประการ สวัสดีครับ ...........


โดย เณรรูน

 

*******************************************************************************************
*******************************************************************************************
*******************************************************************************************
*******************************************************************************************
*******************************************************************************************

ที่มา: ศูนย์ข่าวอิศรา โต๊ะข่าวภาคใต

บทสัมภาษณ์สุดท้าย พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา...อยากให้ผู้บังคับบัญชารับรู้ ว่าพวกเราทำงานกันอย่างไร




เรื่อง : อะหมัด รามันห์สิริวงศ์*
ภาพ : จรูญ ทองนวล**
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

ก่อนถูกระเบิดเสียชีวิตไม่ถึง 10 วัน พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ทีมข่าวอิศรา” เอาไว้ เป็นบทสัมภาษณ์สุดท้ายที่สะท้อนให้เห็นตัวตนและจุดยืนของเขากับการทำงานในพื้นที่เสี่ยงอันตรายนี้... ก่อนที่เขาจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

“ที่ผมเดินทางไปโวยวายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมไม่ได้ไปโวยวายเพื่อให้ตัวเองได้ดิบได้ดี แต่อยากให้ผู้บังคับบัญชาในระดับสูงรับรู้ว่าพวกเราทำงานกันอย่างไร เราทำงานท่ามกลางความขาดแคลน แต่ไม่เคยเอาอุปสรรคตรงนี้ไปอ้างเพื่อสร้างปัญหา” พ.ต.อ.สมเพียร เปิดใจถึงเรื่องที่บุกไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามความเป็นธรรมเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย

“เช่นเดียวกับที่ผมไปทำเนียบรัฐบาล ก็ไม่ได้ไปเพราะความผิดหวังที่ไม่ได้โยกย้ายไปที่อื่น แต่มันถึงเวลาแล้ว อายุราชการผมเหลืออีกปีกว่าๆ ก็น่าจะมาพูดคุยกัน ต้องพูดความจริงว่าในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดอะไรขึ้น”

พ.ต.อ.สมเพียร ทำเรื่องขอย้ายจาก สภ.บันนังสตา ไปเป็นผู้กำกับการ สภ.กันตัง จ.ตรัง โดยให้เหตุผลกับผู้บังคับบัญชาว่าเขาทำงานด้วยความลำบากตรากตรำในพื้นที่เสี่ยงอันตรายมาหลายสิบปี น่าจะได้พักบ้างในช่วง 18 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ แต่แล้วเขาก็ต้องพลาดหวัง กระทั่งต้องบุกไปยื่นหนังสือถึงศูนย์กลางอำนาจในเมืองหลวง

“หลังจากผมไปยื่นหนังสือก็มีกระแสการตอบรับที่ดี บอกตรงๆ หลังจากเกษียณราชการแล้ว ผมอยากนั่งกินน้ำชา นั่งนินทาเพื่อน แล้วก็กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวบ้าง เพราะผมไม่ได้อยู่กับครอบครัวมานานถึง 40 ปี เวลาที่อยู่กับครอบครัวมีน้อยมาก ผมโดดเดียว อยู่คนเดียวมาตลอด“

แต่เมื่อไม่ได้ย้ายก็คือไม่ย้าย พ.ต.อ.สมเพียร บอกว่าพร้อมจะทำงานต่อไปจนสิ้นอายุราชการ โดยเฉพาะกับ อ.บันนังสตา ซึ่งเขามีความหลังให้ระลึกถึงไม่น้อยเลย

“ตอนที่ผมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งให้เป็นผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา ผมรู้สึกดีใจมาก เพราะในอดีตผมเคยปฏิบัติหน้าที่อยู่ในอำเภอนี้มาก่อนแล้ว ผมทราบดีว่า อ.บันนังสตา มีปัญหาต้องแก้ไขหลายด้าน จึงเชื่อมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี”

และการรวมใจเป็นหนึ่ง คือวิธีการทำงานของ พ.ต.อ.สมเพียร

“ทีมงานของผมที่เคยร่วมงานกันในพื้นที่ อ.บันนังสตา ไม่ว่าจะเป็น ดอเลาะ เซ็งมะสู ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา ที่ชาวบ้านรู้จักในนามผู้ใหญ่เลาะแห่งตะโล๊ะเว หรือ ยะผา ยะโก๊ะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา คนเหล่านี้เมื่อทราบข่าวว่าผมจะเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ อ.บันนังสตาอีกครั้ง ก็มาเสนอตัวว่าจะเข้ามาช่วยงาน เพราะขณะนั้นสถานการณ์ในบันนังสตารุนแรงมาก เป็นพื้นที่สีแดงจัด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องบาดเจ็บล้มตายกันแทบทุกวัน”

“ที่ผ่านมาผมปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหลายครั้ง โดยมีกองกำลังภาคประชาชนทั้งเยาวชนและคนแก่ที่ญาติพี่น้องต้องได้รับผลกระทบและสูญเสีย ลุกขึ้นมาจับปืนสู้ด้วยกัน ทำให้ผมภาคภูมิใจมาก ส่วนการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหานั้น ผมอยู่ในพื้นที่บันนังสตามาหลายปี ใช้เงินงบประมาณของรัฐที่ให้เพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่น ส่วนใหญ่จะใช้เงินของตัวเองเป็นหลัก”

พ.ต.อ.สมเพียร ไม่ได้แค่ทำงานแก้ปัญหาเหตุร้ายรายวันเท่านั้น แต่ยังสร้างคนไว้รองรับอนาคตอีกด้วย

“เด็กวัยรุ่นที่มาเป็นอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ปฏิบัติงานร่วมกันอยู่ในขณะนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครจับปืนมาก่อนเลย แต่เด็กเหล่านี้ตั้งใจ ผมก็พยายามขอร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบรรจุตำแหน่งให้ บางคนไม่มีความรู้แต่มีผลงานก็ต้องบรรจุ แม้จะทำงานมาหลายปีแต่ทีมงานอีกหลายคนยังไม่มีเงินเดือน ไม่มีค่าจ้าง ไม่มีค่าตอบแทน พวกเราทำงานกันด้วยใจจริงๆ สู้เพื่อแผ่นดินตรงนี้จริงๆ”

เป็นคำพูดจากใจของ พ.ต.อ.สมเพียร ที่ยังห่วงใยลูกน้องและเพื่อนร่วมงานกระทั่งวาระสุดท้าย...

เส้นทางชีวิต “จ่าเพียร”

พ.ต.อ.สมเพียร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “จ่าเพียร” เริ่มชีวิตตำรวจด้วยยศต่ำสุดเพียงแค่ “พลตำรวจ” เท่านั้น แต่เขาก็ไต่เต้าด้วยการทุ่มเททำงานในพื้นที่สีแดง กระทั่งเป็นถึง “ผู้กำกับการ” ยศ “พันตำรวจเอก”

พ.ต.อ.สมเพียร เริ่มต้นชีวิตราชการเมื่อปี พ.ศ.2513 ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยต่อกรกับกลุ่มที่ยืนตรงข้ามกับรัฐแทบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเรียกขานด้วยชื่อใด ทั้งโจรจีนคอมมิวนิสต์ (จคม.) ขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เคยผ่านการยิงปะทะมาแล้วนับร้อยครั้ง และเคยถูกยิงถูกลอบวางระเบิดได้รับบาดเจ็บถึง 8 ครั้ง

เมื่อปี พ.ศ.2519 เขาเปิดฉากยิงปะทะกับขบวนการโจรก่อการร้าย กลุ่มนายลาเตะ เจาะปันตัง ที่จับตัวตำรวจและครอบครัวไปเรียกค่าไถ่ที่เทือกเขาเจาะปันตัง อ.บันนังสตา ผลจากการปะทะเขาถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาซ้ายและหน้าอก อาการสาหัสแทบพิการ

ปี พ.ศ.2526 ยิงปะทะกับขบวนการโจรก่อการร้าย กลุ่มนายคอเดร์ แกแตะ กับพวกประมาณ 30 คนที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เขาถูกยิงที่ต้นขาขวากระสุนฝังใน ฯลฯ

ชีวิตของ พ.ต.อ.สมเพียร โชกโชนในยุทธจักรความรุนแรงและเสี่ยงอันตราย กระทั่งได้รับประกาศเกียรติคุณจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย แต่ที่ปลาบปลื้มอย่างที่สุดคือการได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนชั้นสอง ประเภทหนึ่ง

จากผู้ร่วมงานถึง พ.ต.อ.สมเพียร

หลายคนที่เคยร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับ พ.ต.อ.สมเพียร สะท้อนตัวตนของนายตำรวจผู้นี้ผ่านเรื่องราวในอดีต และความรู้สึก ณ ปัจจุบัน

ยะผา ยะโก๊ะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา หนึ่งในทีมฉพาะกิจของผู้กำกับฯสมเพียร กล่าวว่า ตอนที่ทราบข่าวว่า จ่าเพียร จะมารับตำแหน่งผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา รู้สึกดีใจมาก ทั้งเขาและลูกน้องจึงสมัครใจเข้าช่วยเหลือ พ.ต.อ.สมเพียร ทันที

“ผมรู้จักจ่าเพียรเป็นอย่างดี ตั้งแต่สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นสารวัตรปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ต.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา เคยต่อสู้กับกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งขณะนี้กลุ่มบีอาร์เอ็นไม่มีอีกแล้ว เริ่มมามีชุดใหม่คือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ผมมาช่วยปฏิบัติงานเป็นชุดเฉพาะกิจของจ่าเพียร ช่วงแรกๆ ก็กลัวว่าจะมีปัญหาเหมือนกัน เพราะอยู่ต่างพื้นที่ ต่างอำเภอ แต่จ่าเพียรได้เดินเรื่องขอผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาให้เปิดโอกาสในการทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มที่ หากมีเหตุใน อ.บันนังสตา และจ่าเพียรต้องการกำลังเสริม ผมพร้อมลูกน้องจะเดินทางไปสบทบทันที”

“สิ่งที่เราทำร่วมกันมา ผมอยากบอกว่าวันนี้ไม่ว่าจ่าเพียรจะอยู่หรือไปจากบันนังสตา ทั้งผมและลูกน้องก็จะไม่เปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ เราจะดูแลรักษาความสงบในพื้นที่นี้ต่อไป เพราะรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงานกับจ่าเพียร”

ส.ต.ต.ธีรพล ท้าวแพทย์ ผู้บังคับหมู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (ผบ.หมู่ นปพ.) ประจำสถานีตำรวจยุทธศาสตร์บ้านกาจะลากี หมู่ 2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา ซึ่งเป็นจุดนัดพบทีมเฉพาะกิจของ พ.ต.อ.สมเพียร เขากล่าวว่าตัดสินใจมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่บันนังสตา เพราะอยากให้เกิดความสงบสุข แต่ยอมรับว่าเมื่อครั้งที่ลงมาใหม่ๆ ก็รู้สึกกลัว แต่ผู้กำกับฯสมเพียร ได้เมตตาช่วยชี้แนะ เช่นบอกว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแบบนี้ต้องระมัดระวังตัว อาวุธปืนต้องพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา อย่าได้ประมาท

“ที่ผ่านมาผู้กำกับฯสมเพียร ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี ช่วยเหลือทุกอย่าง ฉะนั้นผมกับเพื่อนๆ จะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ต่อไปให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ผู้กำกับฯเคยดูแลพวกเรา” ส.ต.ต.ธีรพล กล่าว

ผู้กำกับฯสระโบสถ์ เผย “จ่าเพียร”โทร.คุยก่อนตาย

พ.ต.อ.ศารทูล ประดิษฐ์ ผู้กำกับการ สภ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี เพื่อร่วมรุ่นโรงเรียนผู้กำกับการ รุ่นที่ 52 ของ พ.ต.อ.สมเพียร ซึ่งออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้ายเช่นกัน กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 11 มี.ค.เวลาประมาณ 20.00 น. หรือก่อนถูกระเบิดเสียชีวิตเพียง 1 วัน พ.ต.อ.สมเพียร ได้ใช้โทรศัพท์มือถือโทร.มาหา และระบายความอึดอัดที่ไม่ได้รับความเห็นใจจากผู้บังคับบัญชาในการแต่งตั้งโยกย้าย

“พี่สมเพียรพูดกับผมว่า ตั้งแต่ที่ร้องเรียนไปกับทั้งนายกรัฐมนตรีและ พล.ต.อ.ปทีป (พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ข่าวที่ว่าจะมีการเยียวยาให้ ก็ยังไม่ได้รับเยียวยาแต่อย่างใดทั้งสิ้น”

“พี่สมเพียรแกพูดไปก็เสียงสั่นเครือว่า แกยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออะไรจากผู้ใหญ่ตามที่ออกข่าวเลย อาทิตย์หน้าแกจะลามากรุงเทพฯ เพื่อมาทวงถามความยุติธรรมอีกครั้ง แกยังชวนผมกินข้าวด้วยกันอยู่เลย“

พ.ต.อ.ศารทูล กล่าวด้วยว่า เมื่อได้ทราบข่าวว่า พ.ต.อ.สมเพียร ถูกระเบิดเสียชีวิตเมื่อบ่ายวันที่ 12 มี.ค. รู้สึกตกใจมาก เพราะเพิ่งคุยกันอยู่เมื่อคืน ได้แต่ปลงกับชีวิตตำรวจคนหนึ่งที่ทำงานเพื่อชาติ

การเสียชีวิตของ พ.ต.อ.สมเพียร ไม่ได้สะท้อนถึงความโหดร้ายของสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นถึงความโหดร้ายของระบบการบริหารงานบุคคลในสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย!

----------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ :

* อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ เป็นผู้สื่อข่าวประจำ จ.ยะลา

** จรูญ ทองนวล เป็นช่างภาพมือรางวัลจากเครือเนชั่น